DB Manoptica

แบบอักษรประดิษฐ์ไทยเสมือนละตินชุดแรกของไทยที่สมบูรณ์ที่สุด คือ แบบอักษรลอกชุดมานพติก้า โดย อ.มานพ ศรีสมพร ในปี พ.ศ. 2516 ช่วงที่ทํางานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ บ.ดีทแฮล์ม ตามความต้องการของคุณ Deter Nort อาร์ตไดเร็กเตอร์ชาวสวิสที่อยากได้แบบอักษรไทยเรียบง่ายคล้ายฟอนต์สุดยอดนิยม Helvetica.

อันที่จริงแล้วก่อนการเกิดของมานพติก้าไม่กี่ปี อ.มานพ เคยฝากฝีมือการประดิษฐ์อักษรลูกครึ่งไทย-ฝรั่งมาบ้างแล้ว ตัวอย่างเช่น แบบอักษรลอกชุดมานพ 3 (DB NopHybrid) ที่เริ่มมีลักษณะคล้ายอักษรละตินแบบเส้นสม่ำเสมอ (Even Weight) ตัวอย่างเช่น อักษร ท, น, ร ดูคล้ายตัวพิมพ์เล็ก n, u, s เป็นต้น. อย่างไรก็ตาม มานพ 3 ยังไม่ได้ละหัวอักษรที่หันไปทางซ้าย อย่างเช่น น, พ, ม) อย่างสิ้นเชิง โดยยังคงปลายหัวโค้งเอนด้านหน้าเล็กน้อยพอให้เป็นที่สังเกต และที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งคือ ชุคสระ อิ อี อึ อื ยังคงรูปวิธีเขียนดั้งเดิมไว้ ไม่ได้ละเส้นแนวนอนเหลือขีดเดียว (อย่างปัจจุบันที่นิยมทําเลียนมานพติก้ามา).

อักษร น, ร ของมานพ 3 เริ่มเลียนแบบตัวพิมพ์เล็ก u, s มาก่อนมานพติก้า
แต่สระ อิ อี ยังไม่ได้ละเส้นนอนเหลือเป็นเส้นเดียวเหมือน มานพติก้า
ภาพจากหนังสือตัวอย่างสินค้า MN Mecanorma (21x29.7 cm)
ด้านล่างแสดงให้เห็นแบบอักษรลอกชุดที่ขายดีของไทย มี ‘มานพติก้า 4’ ติดกลุ่มพร้อมกับ Helvetica ซึ่งอยู่ด้านบน

ลักษณะที่ทําให้มานพติก้าแตกต่างไปจากตัวอักษรประดิษฐ์เท่าที่เคยนิยมเขียนกันมา คืออักษรหลายตัวจงใจดัดแปลงจากตัวพิมพ์เล็กของชุด Helvetica โดยตรง เช่น เอา n, u, s, a, c, e มาดัดแปลงเป็น ท, น, ร, ล, ว, อ ตามลําดับ. ที่สําคัญ หัวอักษรหลายตัว เช่น ท, น, บ, พ, ม, ห ถูกละทิ้งไปโดยสิ้นเชิง ขณะที่ตัวอักษรดิสเพลย์ไทยที่นิยมประดิษฐ์มาก่อน มักละหัวอักษรจากกลมมาตรฐานเหลือเป็นขีดสั้นๆ ในแนวนอน. มานพติก้าจึงดูเรียบง่าย ทันสมัย เป็นแบบอักษรของมวลมหาประชาชนในยุคนั้นอย่างรวดเร็ว.

การละหัวดังกล่าวในมานพติก้า แค่เพียงทําให้อ่านยากเล็กน้อยสําหรับคนไทยในช่วงแรก แต่มันไม่ทําให้สับสนว่าเป็นตัวอื่น เช่น ถึง บ, พ ไม่มีหัว ข และ ผ ก็ยังมีหัวให้สังเกตแตกต่างกันระหว่าง ข-บ, ผ-พ เป็นต้น. การคํานึงถึงการอ่าน ถือเป็นความรับผิดชอบสําคัญที่ อ.มานพ ทิ้งไว้ให้นักออกแบบตัวพิมพ์รุ่นหลังอย่างผมได้นํามาศึกษาต่อยอด.

นักออกแบบตัวพิมพ์มีไม่น้อยที่บางครั้งลืมคํานึงถึงความสับสนระหว่าง ถ กับ ด. ถ้าเราศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ก, ถ, ด ของมานพติก้า จะพบว่า ก ของ อ.มานพ ละรอยหยักของปากเหลือเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ U คว่ํา. ส่วน ถ กลับมีปากหยัก เพื่อไม่ให้ดูสับสนเป็นตัว ด เอาได้ (โดยเฉพาะถ้าใช้กับพาดหัวที่ไม่มีตัว ด ให้ดูเปรียบเทียบ). สําหรับตัว ด ของมานพติถ้านั้นดูต่างจาก ถ มาก เพราะมาจากตัวพิมพ์ใหญ่ D กลับด้านในแนวนอน เส้นบนจึงแบนราบกว่า ถ ต่างกัน อย่างเห็นได้ชัด.

ถ้าเราลองสังเกตให้ดี ตัว ย ของมานพติก้าก็มาจาก ตัว B กลับด้าน เช่นกัน. ตัว ช น่าจะเป็นลูกติดพันมาจากตัว ย ทําให้ได้ ช แบบไม่มีหัว แตกต่างจาก ข อย่างสิ้นเชิง ซึ่งนับเป็นข้อดีที่ทําให้ ข-ช ของมานพติถ้าดูไม่สับสนกัน.

ในชุด DB Manoptica เลือกใช้ตัว ร เรือ ที่คล้ายอักษรมาตรฐานเป็นตัวหลักและ ร แบบ S เป็นตัวเลือกจาก Glyphs

แม้แต่ตัว ร อ.มานพยังทําไว้ 2 แบบให้คนได้เลือกใช้ คือ ร แบบตัว s ฝรั่งไปเลย กับ ร ที่ยังมีเค้าโครงของเก่า ปรากฏว่าคนนิยมแบบตัว s ฝรั่งมากกว่า!

เราต้องใช้การสังเกตให้ถี่ถ้วนขึ้นจึงพบว่า แท้ที่จริงแล้ว อ.มานพ ยังคงรักษาหัวแอบแฝงบิดโค้งเอนแบบมานพ 3 ไว้ในอักษรบางตัวของมานพติก้า เช่น จ, ฉ, สระอุ, อู และไม้โท.

อักษรลอกมานพติก้าทั้งชุด ทําไว้เพียง 5 สไตล์สําคัญๆ คือ ตัวกว้างมาตรฐาน Regular, Medium, Bold 3 สไตล์, ตัว Extended และ Condensed มีเฉพาะตัว Bold อีก 2 สไตล์, ในชุด Condensed นั้น พบว่าอักษร ง, จ, ว, อ เส้นหลังตรง ไม่เหมือนสมาชิกสไตล์อื่นๆ เป็นความจงใจขั้นเซียนให้ได้แบบอักษรทรงสูงที่ดูหนักแน่นนั่นเอง.

สําหรับงานอนุรักษ์อักษรลอกมานพติก้าชุดนี้ เดิมทีทาง DB ตั้งใจรักษาของเก่าเท่าที่มี 5 ชุดไว้ เพื่อใช้เป็นงานอ้างอิง จึงทําไว้ให้ใกล้เคียงต้นแบบมากที่สุด (แม้กระทั่ง ตัว ร ก็มีให้เลือกใช้เหมือนต้นฉบับ) แต่ด้วยพบว่ายังดูลงตัว ใช้งานได้ดีกว่าฟอนต์ไทยเสมือนละตินอีกมากมายที่เกิดในยุคปัจจุบัน จึงทําตัว Extended และ Condensed เพิ่มอีกอย่างละ 2 น้ําหนัก พร้อมเพิ่มชุดตัวเอนที่ไม่เคยทําไว้ ให้สมาชิกครบสมบูรณ์ขึ้น รวมเป็น 18 สไตล์ เพื่อจําหน่ายฉลองครบรอบ 40 ปีของตัวพิมพ์ที่เปลี่ยนโฉมหน้างานออกแบบสื่ออย่างขนานใหญ่ในอดีต.

ใครที่ออกไปเดินในวันที่ 9 ธันวาคม 2556 ร่วมกับเพื่อนร่วมชาตินับล้านๆ ที่ไม่เคยรู้จักเพื่อเรียกร้องให้ประเทศปฏิรูป ต้องไม่ลืมว่าเมื่อ 40 ปีที่แล้ว วันที่ 14 ตุลาคม 2516 มีคนไทยร่วมแสนทํามาก่อน เราถึงมีวันนี้. เช่นเดียวกับใครที่เคยใช้ฟอนต์มหาชนอย่าง พีเอสแอล กิตติธาดา หรือ ดีบี เฮลเวไทยก้า ต้องไม่ลืมว่า เป็นเพราะเมื่อ 40 ปีที่แล้วเรามี มานพติก้าชี้นําสังคมมาก่อน!

โดย อ.มานพ ศรีสมพร ผู้ก่อการปฏิวัติตัวดิสเพลย์ไทย ด้วยความสนับสนุนของมวลมหาประชาชนคนอ่าน!

พิมพ์ ในคอลัมน์ a font a month
idesign magazine ฉบับ December 2013